ทีมกู้ภัยระดมกำลังค้นหาผู้ติดใต้ซากสะพานมอเตอร์เวย์ถล่มทางตอนเหนืออิตาลีทั้งคืน

ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งประกอบด้วยทีมดับเพลิงราว 250 นายจากทั่วประเทศพร้อมด้วยสุนัขดมกลิ่นและอุปกรณ์ปืนเขา  

royalruby.net ต่างช่วยกันค้นหาผู้ที่คาดว่ายังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของสะพานมอเตอร์เวย์ใกล้เมืองเจนัวทางตอนเหนืออิตาลีที่ถล่มเมื่อวานนี้ (14 ส.ค.)

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 คน และบาดเจ็บอีก 16 คน เมื่อรถซึ่งอยู่บนสะพานแขวนโมรานดิได้พุ่งตกจากความสูงราว 45 เมตร
ในจุดเกิดเหตุยังมีรายงานว่าได้ยินเสียงร้องไห้ออกมาจากซากปรักหักพัง ในขณะที่คาดว่าจำนวนผู้ที่ยังสูญหายอยู่ระหว่าง 4 ถึง 12 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนายหนึ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีว่า “จะไม่หมดหวัง”

ระหว่างการค้นหาและกู้ภัย เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้คนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเกรงว่าชิ้นส่วนอื่น ๆ ของสะพานจะหล่นลงมาทำอันตราย
ยังไม่มีความชัดเจนในส่วนสาเหตุของโศกนาฏรรมครั้งนี้ แต่มีรายงานว่า ขณะที่เกิดเหตุมีฝนตกอย่างหนัก จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นตามมาเกี่ยวกับโครงสร้างสะพานมีความปลอดภัยมากน้องเพียงใด
ก่อนหน้านี้นายดานิโล โตนีเนลลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอิตาลี ระบุว่านี่น่าจะเป็น “โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่” และเขาสัญญาว่าต้องหาตัวคนมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ให้ได้
สะพานดังกล่าวซึ่งสร้างในยุค 60 เป็นที่รู้จักกันในชื่อสะพานโมรานดิที่ทอดข้ามธารน้ำโพเชเวร ถือว่าเป็นสะพานที่มีความสำคัญทั้งในแง่การขนส่งสินค้าและการคมนาคมของคนในพื้นที่ และยังเป็นเส้นทางสัญจรสำหรับนักท่องเที่ยวจากเมืองชายฝั่งของอิตาลีไปยังชายหาดทางตอนใต้ของฝรั่งเศสอีกด้วย

เทียบเท่ากับการกู้ภัยจากเหตุแผ่นดินไหว
ผู้สื่อข่าวบีบีซีซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุรายงานว่า ทีมดับเพลิงต่างช่วยกันพยายามค้นหาผู้ที่คาดว่ายังติดอยู่ภายในรถใต้ซากปรักหักพัง โดยค้นหาตามรอยแยกเล็ก ๆ
ขณะเกิดเหตุคาดว่ามีรถยนต์ราว 30-35 คัน รวมทั้งรถยนต์ขนาดใหญ่อีก 3 คัน ตกลงมาจากสะพาน และชิ้นส่วนสะพานซึ่งประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่และส่วนพื้นสะพานถล่มลงไปบนรางรถไฟ แม่น้ำและโกดังเก็บสินค้า
ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า ปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุแผ่นดินไหวสะพานโมรานดิถล่มได้อย่างไร

ส่วนของสะพานที่ถล่มลงมามีขนาดความยาวประมาณ 200 เมตร เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นราว 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวานนี้ (14 ส.ค.) หรือราว 16.30 น. ตามเวลาในไทย ตำรวจระบุว่าขณะนั้นเกิดพายุฝนที่ตกหนัก อย่างกะทันหัน ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุบอกว่าได้ยินเสียงดังมาก จนเขาคิดว่าเกิดฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียง

ด้านผู้ว่าแคว้นลีกูเลียบอกว่า อุบัติเหตุสะพานถล่มครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในเมืองเจนัวเท่านั้น แต่ได้ส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ เนื่องจากสะพานนี้เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือสำคัญ 3 แห่งในอิตาลี ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างโลจิสติกส์ของประเทศ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างรวดเร็ว